การจัดลำดับขั้นตอนการวางแผนโลจิสติกส์และการขนส่ง

การขนส่งในปัจจุบันมีบทบาทมากสำหรับการดำเนินธุรกิจในแต่ละอย่างจึงทำให้บริษัทเกิดการแข่งขันขึ้นกันอย่างดุเดือดจึงต้องมีการจัดลำดับขั้นตอนการวางแผนโลจิสติกส์และการขนส่งให้ดี จุดประสงค์ของการจัดลำดับขั้นตอนการวางแผนจะแสดงความจำเป็นที่ต้องมีโลจิสติกส์และการขนส่งขององค์กรธุรกิจและจะต้องดำเนินรูปแบบเชิงบูรณาการจัดลำดับขั้น การวางแผนควรนำผู้ขายพัสดุเข้ามาร่วมบูรณาการและจัดการความสัมพันธ์ของผู้บริโภคในองค์กรและจะต้องคำนึงถึงการวางแผนทั้ง 4 ระดับ ดังนี้คือ ระดับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ระดับวางแผนหลักหรือระดับการวางแผนปฏิบัติการ ระดับตารางการปฏิบัติการ ระดับกระบวนการสั่งซื้อ การวางแผนโลจิสติกส์และการขนส่งที่ดีนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกันอย่างต่อเนื่องในการดำเนินการตามแผนที่วางเอาไว้ในแต่ละช่วงเวลาและจะต้องมีการติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบจากการดำเนินงานตามแผนที่วางเอาไว้ในแต่ละช่วงเวลา และจะต้องมีการติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบจากการดำเนินงานตามแผนที่วางเอาไว้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขแผนที่วางเอาไว้อย่างสม่ำเสมอและให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากความสำเร็จของแผนโลจิสติกส์และการขนส่งนั้น ตัวแปรสำคัญที่สุดคือความสามารถในการตอบสนองความต้องการสินค้าและวัตถุดิบ ณ ช่วงเวลานั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นจึงมีการแบ่งระดับการวางแผนโลจิสติกส์และการขนส่งขึ้นมา

การแบ่งระดับการวางแผนโลจิสติกส์และการขนส่งนั้นก็จะพอสรุปได้ว่ามี 4ระดับนั้นก็คือ อันดับแรกระดับที่ 1 คือการวางแผนโลจิสติกส์และการขนส่งเชิงกลยุทธ์ โดยการวางแผนนี้จะเป็นการใช้ทรัพยากรมนุษย์ เงินทุนสิ่งอำนวยการและอุปกรณ์ระบบเทคโนโลยี ในระยะยาว 3-5 ปีโดยการนำข้อมูลจากการพยากรณ์ยอดขายมาเป็นหลักฐานข้อมูลในการกำหนดธุรกรรมในอนาคตให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ องค์กร แผนการตลาด แผนการผลิต แผนการเงินและแผนทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของสายงานทางด้านโลจิสติกส์และการขนส่งจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ระดับที่ 2 ต่อมาเป็นการวางแผนโลจิสติกส์และการขนส่งแบบหลักๆ โดยเป็นการวางแผนการใช้ทรัพยากรโลจิสติกส์และการขนส่งระยะกลาง 1-3 ปี ที่กำหนดกิจกรรมโลจิสติกส์และการขนส่งหลักภายใต้กรอบของการวางแผนโลจิสติกส์และการขนส่งเชิงกลยุทธ์ โดยใช้ข้อมูลตัวเลขการพยากรณ์ยอดขายและคำสั่งซื้อล่วงหน้าของลูกค้ามากำหนดการวางแผนความต้องการพัสดุ การจัดหา การจัดเก็บ การจัดส่งสินค้าและการบริการลูกค้าให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ซึ่งผู้บริหารระดับกลางจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ระดับต่อมาก็จะเป็นระดับที่ 3 นั่นก็คือจะเป็นการวางแผนตารางการทำงานหลัก ซึ่งก็เป็นการวางแผนการใช้ทรัพยากรโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าในระยะสั้นเพียงแค่ 6เดือนถึง1ปีเท่านั้นเองที่จะกำหนดกิจกรรมโลจิสติกส์และการขนส่งหลักๆภายใต้กรอบของแผนโลจิสติกส์และการขนส่งโดยใช้ข้อมูลตัวเลขการพยากรณ์ยอดขายหรือคำสั่งซื้อล่วงหน้าของลูกค้ามากำหนดกิจกรรมการวางแผนความต้องการพัสดุ การจัดซื้อ การจัดเก็บ การจัดส่งสินค้าและการบริการให้ตอบสนองต่อความต้องการของลุกค้าได้ตรงเวลาและประหยัดขึ้น ระดับต่อมาระดับสุดท้ายคือระดับที่ 4 เป็นการวางแผนกระบวนการคำสั่งซื้อของลูกค้า โดยเป็นการวางแผนการใช้ทรัพยากรโลจิสติกส์และการขนส่งรายวัน ที่กำหนดกิจกรรมการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าภายใต้เงื่อนไขและกรอบของแผนตารางการทำงานหลัก โดยใช้ข้อมูลตัวเลขจากจำนวนคำสั่งซื้อจากลูกค้าและจัดลำดับการให้บริการตามประเภทของลูกค้า ตั้งแต่ กระบวนการรับคำสั่งซื้อ การตรวจสอบสินค้าคงคลัง ความพร้อมของสินค้า ยานพาหนะ บุคลากรและอุปกรณ์เครื่องมือเป็นต้น การบูรณาการวางแผนโลจิสติกส์และ

การขนส่งมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องประสานงานและบูรณาการหลากหลายบทบาทหน้าที่ในกระบวนการโลจิสติกส์และการขนส่ง ได้แก่ การจัดหา การจัดการพัสดุคงคลัง การคลังสินค้า การขนส่ง การบริการลูกค้า เชื่อมโยงด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการทำงานเป็นทีม การวางแผนจะทำให้ผู้จัดการโลจิสติกส์และการขนส่งมีการปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น โดยแผนกลยุทธ์ควรมีความยืดหยุ่นต่อปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงของลูกค้า ประสิทธิผลของต้นทุน และการบริการ การวางแผนโลจิสติกส์และการขนส่งถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการประสานความร่วมมือ การควบคุมกิจกรรมและลดความเสี่ยงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานดลจิสติกส์และการขนส่งเพื่อสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลองค์รวมการวางแผนโลจิสติกส์และการขนส่งเป็นหนึ่งในการวางแผนธุรกิจเพื่อสร้างความสามารถของกระบวนการธุรกรรมให้บรรลุผลการจัดลำดับงานและการไหลของข้อมูลและสินค้าทั้งหมดของแต่ละกระบวนการ ต้องมีการกำหนดให้ชัดเจนล่วงหน้าในแผนโลจิสติกส์และการขนส่งที่จะเป็นแนวทางสู่การปฏิบัติการในอนาคตต่อไป ตลอดจนการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนโลจิสติกส์และการขนส่งให้มีความสามารถและมีความยืดหยุ่นเพียงพอต่อการปรับตัวจากแผนโลจิสติกส์และการขนส่งเดิมที่ท่านวางไว้ รวมทั้งแผนสำรองฉุกเฉินในกรณีที่เกิดสถานการณ์เหนือความคาดหมาย เช่น การเกิดภัยพิบัติต่างๆเป็นต้น

ดังนั้นจากที่ท่านได้อ่านได้ศึกษามาข้างต้น ทางเราก็หวังว่าท่านจะสามารถเข้าใจและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการดำเนินงานของท่านได้เป็นอย่างดีซึ่งการขนส่งหรือโลจิสติกส์หากใครได้ศึกษาและเข้าใจอย่างถี่ถ้วนก็จะเกิดความได้เปรียบขึ้นมาทันทีสามารถที่จะเอาชนะคู่แข่งทางด้านเศรษฐกิจและการค้าได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นหากท่านผู้ประกอบการต้องการที่จะทำการค้าขาย คมนาคม และติดต่อสื่อสารลูกค้าไม่ว่าจะเป็นระดับ เขต ระดับภาค ระดับจังหวัดหรือระดับประเทศ ไม่ว่าระดับไหนๆ โดยที่ท่านต้องการลูกค้าอย่างกว้างขวางท่านก็จะต้องพึ่งพาการขนส่งในการส่งสินค้าอย่างแน่นอนเพื่อให้สินค้าของท่านไปถึงมือลูกค้าหรือจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สำคัญสินค้าไม่เกิดความเสียหายแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงเป็นปัจจัยอีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องคิดและวิเคราะห์ให้ดีหาบริษัทที่ท่านสามารถไว้ใจได้ เชื่อใจได้ ไม่ทำให้สินค้าท่านเกิดความเสียหายระหว่างการเดินทางเพื่อจะได้เป็นสิ่งกระตุ้นและผลักดันบริษัทของท่านให้เจริญก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆด้วยการบริการขนส่งที่ดีที่สามารถทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและคิดที่จะกลับมาอุดหนุนบริษัทของท่านอีกในอนาคตข้างหน้า อย่าคิดว่าวิธีการโลจิสติกส์และการขนส่งเป็นเรื่องที่ท่านมองข้ามและไม่สนใจเพราะทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญอันดับต้นๆของธุรกิจการขนส่ง คมนาคมและการติดต่อค้าขายระหว่างกัน หวังว่าบทความที่ได้กล่าวมานี้จะเป็นบทความที่ให้ความรู้แก่ท่านผู้อ่านและหวังว่าผู้อ่านจะสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิต กิจการหรือธุรกิจของท่านต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

อ้างอิง
Thaitransport.net